BRANDSLATESTTOYOTA

All-new Toyota Prius เผยโฉมครั้งแรกของโลก มาพร้อมขุมพลัง Hybrid และ Plug-in Hybrid

เผยโฉมเป็นครั้งแรกทั่วโลกแล้วสำหรับ All-new Toyota Prius มาพร้อมรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด Series Parallel Hybrid (HEV) ที่จะเปิดตัวในช่วงฤดูหนาวปีนี้ และรุ่นปลั๊กอินไฮบริด Plug-in Hybrid (PHEV) ที่จะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2023

Prius ใหม่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Hybrid Reborn” สู่ยนตรกรรมที่เร้าใจด้วยการออกแบบอย่างมีสไตล์ ชนืดที่ผู้ใช้จะตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นและสมรรถนะการขับขี่ที่น่าหลงใหล เป้าหมายของโตโยต้าคือการสร้างรถยนต์ที่เจ้าของจะยังคงรักและอยากขับขี่ตลอดไป

Prius ใหม่สืบทอดรูปทรงโมโนฟอร์มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Prius ด้วยสัดส่วนที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ผ่านจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและล้อขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 19 นิ้วบนแพลตฟอร์ม TNGA เจนเนอเรชั่นที่สอง การออกแบบด้านหน้าเหมือนฉลามหัวฆ้อนทำให้เกิดความสมดุลในระดับสูงระหว่างการใช้งาน ในขณะที่การออกแบบด้านหลังมีชุดไฟท้ายด้านหลังที่ขยายออกไปในแนวนอนไปทางซ้ายและขวา

Plug-in Hybrid System
2.0-liter Plug-in Hybrid System พริอุส ใหม่ มาพร้อมกับระบบปลั๊กอินไฮบริด 2.0 ลิตรรุ่นแรกของโตโยต้าที่ให้อัตราเร่งและความเงียบที่ดีขึ้นอย่างมากจากรุ่นก่อนหน้า การผสมผสานระหว่าง Dynamic Force Engine ประสิทธิภาพสูงและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ให้กำลังสูงสุด 164 กิโลวัตต์ (223 PS) อัตรา 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.7 วินาที ในขณะที่ยังคงรักษาระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า

Hybrid System
2.0-liter / 1.8-liter Series Parallel Hybrid System Prius ในรุ่นนี้ใช้ระบบ Series Parallel Hybrid รุ่นล่าสุด ให้อัตราเร่งที่น่าพึงพอใจและตอบสนองการขับขี่ในรถยนต์ที่ตอบสนองตามที่คาดไว้ ขณะที่ยังคงรักษาระดับการประหยัดน้ำมันเหมือนรุ่นก่อนหน้า ให้กำลังรวมสูงสุดคือ 144 กิโลวัตต์ (193 PS) สำหรับรุ่น 2.0 ลิตร ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 1.6 เท่า

All-new Prius มาพร้อมกับระบบ E-Four ล่าสุด ด้วยการใช้มอเตอร์กำลังสูงผสานคุณสมบัติอื่นๆ จึงให้ประสิทธิภาพการขึ้นเขาที่ดีขึ้นบนพื้นผิวถนนที่มีแรงเสียดทานต่ำ เช่น ถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ และมีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเลี้ยว

แพลตฟอร์ม TNGA เจเนอเรชั่น 2 แพลตฟอร์ม TNGA เจนเนอเรชั่นที่สองได้รับการพัฒนาให้ยกระดับประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เร้าใจขึ้น ด้วยการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง พร้อมกับเสริมความแข็งแรงของตัวถังในหลายๆ จุด เพื่อความแข็งแกร่งและความเงียบที่ดีขึ้น

สำหรับระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ในขณะที่ด้านหลังมาในรูปแบบปีกนกคู่ ช่วยให้ความมั่นคงสำหรับการขับขี่ในทางตรงเมื่อใช้ความเร็วสูง และยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่เมื่อเข้าโค้งในอย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ พริอุส ใหม่ยังมาพร้อมกับมูนรูฟแบบพาโนรามาที่สามารถเปิดได้จนสุดเพื่อสร้างความรู้สึกอิสระภายในห้องโดยสาร รวมทั้งในรุ่น PHEV ยังได้ติดตั้งระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยให้สามารถแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งให้กำลังเทียบเท่ากับการขับขี่ถึง 1,250 กม. ต่อปี พลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นขณะจอดรถจะถูกใช้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ของระบบขับเคลื่อน รวมถึงส่งไปใช้สำหรับระบบปรับอากาศและฟังก์ชันอื่นๆ ด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *