Honda Civic e:HEV ใหม่ Honda S+ Shift เพิ่ม! BSIและ Cross Traffic Monitor

Honda Civic eHev S+ Shift Launch_ Red Concept

Honda Civic e:HEV ใหม่ ได้รับการพัฒนา ภายใต้สปอร์ตดีเอ็นเอที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ตลอด 11 เจเนอเรชัน ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่เฉียบคม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ให้ความรู้สึกเท่ สปอร์ต และทันสมัย ผสานการออกแบบด้วยสีดำและแดง  มั่นใจด้วย Honda Civic e:HEV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Soukai Civic Evo Design” ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง สะท้อนถึงความเพลิดเพลินในการขับขี่ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร การใช้งานที่ตอบโจทย์ตามแบบชีวิตที่หลากหลาย และต้องคำนึงถึงความเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง

ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ผสานการขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว กับเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึงถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร* มอบความแรงเกินคาด ประหยัดเกินใคร ให้คุณใช้ชีวิตได้อิสระ โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ระหว่างโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

ใหม่! Honda S+ Shift (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ 8 จังหวะนำมาไว้ในระบบฟูลไฮบริด e:HEV โดยจำลองจังหวะเกียร์เพื่อควบคุมรอบเครื่องยนต์ผ่านการทำงานของสองเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Step Shift Control ถ่ายทอดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่คมชัด ทั้งในช่วงเร่งและชะลอความเร็ว และ Sports Adaptive Control ควบคุมการส่งกำลังและกำหนดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับการสั่งการของผู้ขับขี่และสภาพถนน มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ ผสานกับระบบ Active Sound Control มอบพลังเสียงตามการเร่งและความเร็ว เพื่อยกระดับศักยภาพของระบบไฮบริด e:HEV อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าไปสู่อีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า 

เทคโนโลยีความปลอดภัย

  • เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
  • เพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)

 อุ่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ

  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold

พร้อมเชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณ เพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ ประกอบด้วย

  • Google Assistant เมื่อมี Google Assistant คุณก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนหรือละมือจากพวงมาลัย โทรหรือส่งข้อความหาเพื่อน ตั้งการช่วยเตือน หรือแม้แต่เปลี่ยนอุณหภูมิในรถได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังนำทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป หรือสำรวจละแวกใกล้เคียงได้ จะข้ามไปที่เพลงถัดไปหรือย้อนฟังพอดแคสต์ก็สบายด้วยแอปสื่อที่คุณชื่นชอบ เพียงแค่พูดว่า “Ok Google” หรือกดปุ่มเสียงบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน 
  • Google Maps ช่วยให้คุณเดินทางสู่จุดหมายต่อไปได้เร็วขึ้นด้วยข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติและคำแนะนำช่องทาง ขณะที่ฟังเพลงโปรดไปด้วยได้ ให้ Google Assistant ช่วยนำทางคุณกลับบ้าน ค้นหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด หรือบอกเวลาทำการของร้านค้า เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนนหรือปล่อยมือจากพวงมาลัย เพียงพูดว่า “Ok Google” หรือกดปุ่มเรียกใช้งานบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
  • Google Play ช่วยให้คุณดาวน์โหลดแอปโปรดไว้ในรถได้ง่าย ๆ เหมือนเวลาดาวน์โหลดในโทรศัพท์ จะฟังเพลงโปรด พอดแคสต์ หนังสือเสียง และอื่น ๆ ก็ทำจากรถโดยตรงได้สบาย ๆ หากต้องการดาวน์โหลดแอปสื่อ ให้ตรวจสอบว่ารถจอดอยู่กับที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google แล้วเริ่มต้นใช้งานด้วยแอปที่เราชื่นชอบ เช่น

YouTube Music – สร้างสุดยอดเพลย์ลิสต์สำหรับฟังระหว่างขับรถ

Spotify – เข้าถึงเพลงนับล้านสำหรับทุกอารมณ์

  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง (รุ่น  e:HEV EL+ และ e:HEV EL)
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
  • ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา (รุ่น e:HEV RS)
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน 
  • ช่องเชื่อมต่อ USB Type C จำนวน 4 ช่อง ช่องหน้า 2 ช่องและด้านหลัง 2 ช่อง
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) (รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+)
  • ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)
  • ยกระดับชีวิตให้สมาร์ตขึ้นไปอีกขั้นกับ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ในทุกรุ่น เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ได้แก่
  1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
  2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน
    รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และเอกซ์ เป็นต้น
  3. Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

  1. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
  2. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และแจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
  3. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และแตร โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
  4. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย
  5. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

  • ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) 
  • ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) 
  • สีน้ำเงิน Canyon River Blue Metallic (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV EL) 
  • สีเทา Meteoroid Gray Metallic
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีขาว Platinum White Pearl

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Honda HRC

เติมเต็มความสปอร์ต โดดเด่น ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายใต้คอนเซปต์ Honda HRC มีให้เลือก 2 แพ็กเกจได้แก่

  • HRC Aero Sporty Package ราคา 29,900 บาท**: สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
  • HRC Aero Package ราคา 21,500 บาท**: สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง HRC สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะสามารถเริ่มจัดส่งได้ปลายเดือนสิงหาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ชุดไฟตัดหมอก ราคา 10,500 บาท** ม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง ราคา 2,600 บาท** อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ราคา 6,000 บาท** คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้าสีดำ ราคา 1,950 บาท** ฟิล์มกันรอยบริเวณที่เปิดประตู ราคา 600 บาท** ชุดโลโก้ H-Mark สีดำ ราคา 1,200 บาท** เป็นต้น