REVIEW & TEST DRIVETOYOTA

รีวิว : TOYOTA COROLLA ALTIS 1.8 GR SPORT รุ่นท็อปเกรดเบนซิน ขับสนุก ออปชั่นดี ช่วงล่างเฟิร์ม

ไลน์อัพของรถยนต์จากค่ายโตโยต้าที่ทำตลาดในประเทศไทย เห็นได้ชัดว่ามีหลายโมเดลหลายเซกเม้นต์ ที่ได้รับการตกแต่งอัพเกรดแบบเบ็ดเสร็จจากโรงงานในเวอร์ชั่นของ GR Sport หรือ Gazoo Racing ไม่ว่าจะเป็นพีพีวีพี่ใหญ่อย่าง Fortuner, ปิคอัพยอดนิยม Hilux Revo และซีดานขนาดกลางอย่าง Corolla Altis, รวมถึงคอมแพ็คเอสยูวี Corolla Cross และ C-HR (ไม่นับรวมกับยนตรกรรมระดับ Performance ที่มาในเวอร์ชั่น GR แบบเต็มรูปแบบอย่าง GR Supra และ GR 86)

ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าเวอร์ชั่นนี้ GR SPORT นั้นได้รับความนิยมด้วยเพราะมีการอัพสมรรถนะและดีไซน์ให้โดดเด่นและต่างไปจากรุ่นพื้นฐาน แต่อย่างไรก็ตามบางรุ่นแม้ว่าจะอยู่ในตลาดมาหลายเจเนอเรชั่น แต่ก็ดูเหมือนว่ากระแสตอบรับก็ไม่ได้ปังเท่าที่ควร นั่นก็คือ TOYOTA COROLLA ALTIS 1.8 GR Sport ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของเกรดขุมพลังเบนซิน อีกทั้งออปชั่นที่ให้มาถือว่าจัดมาให้ไม่น้อย วันนี้ทีมงาน Carternativethailand ก็เลยนำมารีวิวให้ชมกันครับ

สำหรับ TOYOTA COROLLA ALTIS 1.8 GR SPORT เป็นรุ่นซีดานขนาดกลาง ที่มาพร้อมกับการอัพเกรดเสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งภายนอก-ภายใน และระบบช่วงล่างที่เซ็ตใหม่จากโรงงานเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ มาพร้อมกับทางเลือกขุมพลังทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร โดยมีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 3 สี คือ ขาว แดง และดำ ราคาอยู่ที่ 1,059,000 บาท ราคาสีขาว Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท (รุ่น GR Sport ไฮบริด (HEV) 1,114,000 บาท)

รายละเอียดภายนอกของ COROLLA ALTIS 1.8 GR SPORT

  • กระจังหน้า ดีไซน์ใหม่ GR Sport
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า ดีไซน์ใหม่
  • กระจกมองข้าง เป็น สีดำ พับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding) พร้อม Reverse Link และไฟเลี้ยว
  • สเกิร์ตข้าง GR Sport ดีไซน์ใหม่ GR Sport
  • สเกิร์ตหลัง ดีไซน์ใหม่ GR Sport
  • ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว GR Sport
  • สัญลักษณ์ GR Sport บริเวณประตูท้าย
  • ไฟน้า LED พร้อมระบบ Follow-Me-Home
  • มือจับประตูด้านนอก โครเมียม-ไฟท้าย Full LED
  • ที่ปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ

รายละเอียดภายในของ 1.8 GR Sport

  • เบาะหนังคู่หน้า ตกแต่งด้วยแถบแดงดีไซน์สปอร์ต
  • โลโก้ GR บริเวณเบาะนั่งคู่หน้า
  • ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR
  • เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า
  • ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support
  • ระบบกรองอากาศ Nanoe
  • ม่านบังแดดหลัง
  • กระจกมองหลัง ปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • มาตรวัดจอสี 7 นิ้ว พร้อมจอ HUD แบบสี
  • เครื่องเสียง จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth, USB ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Android Auto
  • ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe

ระบบช่วงล่าง COROLLA ALTIS 1.8 GR SPORT

  • ช็อคอัพเซ็ตใหม่ เฉพาะรุ่น GR Sport
  • คอยล์สปริง จูนใหม่ เฉพาะรุ่น GR Sport
  • Rear Bar Stabilizer

ระบบความปลอดภัย Toyota Safety SENSE

  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam Control
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ เบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ Lane Departure Warning With Steering Assist
  • ระบบประคองรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Tracing Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed
  • เพิ่ม ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS

สำหรับขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง รหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. Dual VVT-i กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0 : 1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ทำงานคู่กับระบบ G AI Shift Control พร้อม Sequential Shift โหมด +/- ล็อคอัตราทด 7 จังหวะ และโหมด Sport ขับเคลื่อนล้อหน้า

มุมมองในด้านดีไซน์ ภายนอก-ภายใน

ทันทีที่เห็นดีไซน์โดยรวมของ COROLLA ALTIS ในเวอร์ชั่น GR Sport แน่นอนต้องบอกตรงๆ เลยว่าดูเป็นรถซีดานที่สะท้อนความเป็นหนุ่มเป็นแน่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่ารุ่นมาตรฐานไม่สวยนะครับ ผมโฟกัสไปที่องค์รวมมากกว่า ซึ่งจุดที่ชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นก็คือดีไซน์ชุดกันชนด้านหน้า มันค่อนข้างสะท้อนความสปอร์ตเร้าใจออกมาได้ชัดเจน บวกกับดีไซน์ของล้อแม็กที่เป็นแบบทูโทน ตรงนี้มันช่วยเติมเต็มให้รถดูเด่นมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านท้ายตัวรถผมขอใช้คำว่าเฉยๆ เพราะมองแล้วแทบไม่เห็นถึงความต่างเมื่อเทียบรุ่นมาตรฐานครับ อย่างน้อยในจุดนี้ทำออกมาเป็นท่อไอเสียคู่หรือเพิ่มสปอยเลอร์ มันจะดูลงตัวในความเป็น GR Sport มากขึ้น สรุปดีไซน์ด้านนอกผมว่ามันยังหล่อแบบไม่สุด

ด้านภายในห้องโดยสาร ผมขอพูดถึงออปชั่นก่อนที่ได้ รวมๆ นับว่าให้มาไม่แตกต่างไปจากรุ่นมาตรฐาน ทั้งไวเลสชาร์จ จอ HUD ม่านบังแดดหลัง แต่จุดที่มาช่วยดึงความแตกต่างออกมาคือรายละเอียดของตัวอุปกรณ์ให้เอกลักษณ์ความเป็น GR Sport ทั้งในส่วนของเบาะนั่งที่มีการหุ้มด้วยหนังสีแดงบริเวณไหล่เบาะ พร้อมเดินตะเข็บลวดลายด้วยด้ายสีแดงเข้าไป อีกทั้งตัวหมอนพนักพิงศรีษะก็ยังมีการปั๊มตัวอักษรจีอาร์ ส่วนการปรับตำแหน่งเบาะในฝั่งผู้โดยสารตอนหน้ารุ่น GR เป็นแบบปรับไฟฟ้า ซึ่งรุ่นมาตรฐานนั้นเป็นปรับแมนนวล นอกจากนี้บริเวณที่มีการห่อหุ้มด้วยหนัง ไม่ว่าจะที่บริเวณท้าวแขนกลาง แผงประตูก็ถูกเติมเต็มด้วยด้ายสีแดงและวัสดุสีแดง อีกหนึ่งจุดที่เป็นความต่างของรุ่นคือปุ่ม Push Start ที่เป็นสีแดงมาพร้อมกับสัญลักษณ์ GR แหละนี่คือจุดที่เพิ่มเข้ามาทั้งหมดสำหรับรุ่นรถนี้

การขับขี่

ก่อนขับขี่ COROLLA ALTIS 1.8 GR SPORT ผมแอบคิดในใจว่าช่วงล่างที่เซ็ทค่าใหม่มาเพื่อรุ่นนี้ ฟิลลิ่งคงไม่แตกต่างไปจากเบนซิน 1.8 รุ่นมาตรฐานเท่าไหร่นัก แต่พอได้ขับจริงๆ จังๆ ก็สัมผัสได้ว่าคาแร็คเตอร์มีความต่างแบบชัดเจน GR SPORT มีความนิ่งและมั่นคงยิ่งกว่า เข้าโค้งสนุกกว่า และในจังหวะที่ต้องเปลี่ยนเลนแบบฉุกเฉินตัวรถออกอาการโยนตัวไม่มากเท่ารุ่นมาตรฐาน จึงทำให้รู้สึกว่าควบคุมรถได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดก็มาจากการใช้ช็อคอัพและสปริงที่เซ็ตค่าสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะนั่นเอง บวกกับการใช้ยางขนาด 225/45 R17 SP SPORT MAXX ของ DUNLOP ก็ที่ให้การยึดเกาะถนนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือแม้ช่วงล่างจะเซ็ตออกมาในแนวสปอร์ต แต่รถกลับไม่กระด้างหรือตึงตัง อันนี้ต้องชื่นชม ซึ่งก็สรุปได้แบบสั้นๆ เลยว่าช่วงล่างเฟิร์มขับสนุก แต่ไม่ทิ้งความนุ่มนวล

ในส่วนของขุมพลังอันนี้ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากรุ่นมาตรฐานเลยครับเหมือนกันทุกประการ โดยในความเป็นพิกัด 1.8 ลิตร แบบ NA ที่กำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิด 177 นิวตัน-เมตร ตัวเลขเอาจริงๆ ผมว่าไม่ได้เยอะ แต่ก็ให้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดีพอสมควร การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไต่ระดับความเร็วไปถึง 60 กม./ชม. นับว่ามีความกระฉับกระเฉงในระดับหนึ่ง ต่อเนื่องไปถึง 120 กม./ชม. ย่านนี้รู้สึกชัดว่าลื่นไหลกว่า ผสานกับการทำงานของระบบ Super CVT-i ยิ่งทำให้รถมีความลื่นไหล และเมื่อต้องการความสนุกสนานที่มากขึ้น ก็สามารถใช้ Sequential Shift โหมด +/- หรือว่าแป้นแพดเดิ้ลชิฟต์เป็นตัวเสริมอรรถรสได้ ในด้านความประหยัด ผมขับทดสอบเป็นระยะทางรวมกว่า 150 กม. บนสภาพการจราจรที่หลากหลายเสมือนใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในเมืองเจอรถติดๆ แล้วใช้ความเร็วทดลองอัตราเร่งย่านชานเมือง อัตราความสิ้นเปลืองที่โชว์อยู่บนมาตรวัตของรถอยู่ราว 13 กม./ลิตร ผมถือว่าสมเหตุสมผลกับขนาดเครื่องยนต์ครับ ไม่ถึงกับประหยัด แต่ก็ไม่ถึงขั้นรับประทานจนความพอดี

อีกสิ่งสำคัญที่จะอดเขียนถึงไม่ได้ก็คือระบบความปลอดภัย แน่นอนว่าค่ายนี้เค้าก็ชื่อเฉพาะ คือ Toyota Safety SENSE ซึ่งก็จัดมาให้เยอะพอสมควร ตามที่ผมได้พิมพ์ไว้ตามข้างบนเลย โดยระบบดังกล่าวนี้ก็ทำงานผ่านกล้องที่อยู่บริเวณขอบด้านบนของกระจกบังลมหน้า และทุกระบบผมว่าจำเป็นกับการขับขี่บนถนนเมืองไทยนะ ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า เพราะบางคนก็ชอบขับรถจี้รถคันด้านหน้าจนเกินไป พอมีระบบนี้เตือนผมว่าน่าจะช่วยเตือนสติได้ดีเลยทีเดียว หรือแม้กระทั่งระบบเตือนออกนอกเลน บางคนก็ขับค่อมเลนแบบไม่สนใจเพื่อนร่วมถนนเลย อันนี้ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวมด้วยครับ

สรุป : การรีวิวและขับขี่ TOYOTA COROLLA ALTIS GR SPORT 1.8 ประเด็นแรก ราคาสูงกว่ารุ่น COROLLA ALTIS 1.8 อยู่ 95,000 บาท ประเด็นที่สองผมมองว่าออปชั่นและระบบความปลอดภัยจัดมาให้สมเหตุสมผล ประเด็นที่สามคุณได้ช่วงล่างขับสนุกและมั่นใจขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน ประเด็นที่สี่รูปลักษณ์หน้าตาแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน แต่ผมมองว่ายังถ่ายทอดความเป็น GR SPORT น้อยไปหน่อย ที่ชัดๆ ก็เฉพาะด้านหน้ากับล้อแม็กเท่านั้น และประเด็นสุดท้ายขุมพลังเหมือนกับรุ่นมาตรฐานไม่ได้มีอะไรที่แปลกและแตกต่าง ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับว่าสิ่งที่ผมได้นำเสนอมานั้นมันถูกจริตตรงใจมากน้อยแค่ไหน แต่ทั้งหมดก็อย่าเพิ่งเชื่อผม ยังไงก็อยากให้ไปดูรถคันจริง ลองจับลองสัมผัสมันด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมโตโยต้า ว่ารถคันนี้มันใช่สำหรับคุณหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *